
เด็กหลายคนเวลาได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ก็มักจะร้อนวิชาอยากจะทดลองใช้งานเพื่อที่จะพิสูจน์ว่าตัวเองเก่ง หรืออาจจะทำแล้วคิดว่าเล็ดลอดการถูกลงโทษไปได้ แต่จากข่าวนี้อาจจะเตือนใจได้ว่า หลายอย่างนั้นไม่ควรทำ
จากรายงานโดยเว็บไซต์ Automaton ได้กล่าวถึงการที่ทางตำรวจแห่งนครโตเกียวในประเทศญี่ปุ่นนั้นได้รับรายงานการบุกรุกเข้าสู่ระบบสตรีมมิง (Streaming) ของทางบริษัท Bandai Namco บริษัทผู้พัฒนาวิดีโอเกม และสื่อบันเทิงรายใหญ่ ซึ่งนำไปสู่การจับกุมเด็กมัธยมปลายวัย 15 ปี ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าวได้ในที่สุด ซึ่งจากการสืบสวนนั้นพบว่าเด็กรายนี้ได้ทำการเรียนรู้การเขียนโค้ดด้วยตนเองในช่วงมัธยมต้น และในช่วงเวลาที่เกิดเหตุซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับการที่เด็กรายดังกล่าวกำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมปลายอยู่นั้น ผู้ก่อเหตุได้ตรวจพบช่องโหว่ของระบบสตรีมมิงของทางบริษัท Bandai Namco ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลการสื่อสาร (Communication Data) และได้ใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI หรือ Artificial Intelligence) ชื่อดังอย่าง ChatGPT ในการพัฒนามัลแวร์เพื่อเจาะระบบดังกล่าวขึ้นมา
โดยการเจาะระบบนั้นได้เริ่มต้นขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) ซึ่งผู้ก่อเหตุได้ทำการยกเลิกการลงทะเบียน (Subscription) ของสมาชิกไปถึง 46,000 รายอย่างรวดเร็ว นำไปสู่การระงับการให้บริการ (Suspend) ตัวระบบชั่วคราวโดยทางบริษัท และได้เริ่มทำการปิดกั้นการเข้าถึงของผู้ก่อเหตุ แต่ผู้ก่อเหตุก็ยังไม่หยุด ยังคงทำการยกเลิกการลงทะเบียนของสมาชิกอย่างต่อเนื่อง และได้มีการเปลี่ยนหมายเลขไอพี (IP Address) เพื่อการเข้าถึงระบบมากกว่า 30 ครั้ง ทำให้ทางบริษัททำการแจ้งตำรวจ และนำไปสู่การสืบค้นข้อมูลการติดต่อสื่อสาร และหลักฐานอื่น ๆ จนจับกุมตัวได้ในที่สุดในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ภาพจาก : https://automaton-media.com/en/news/15-year-old-arrested-in-japan-over-alleged-cyberattacks-on-bandai-namco-anime-streaming-service-using-chatgpt-generated-malware/
ซึ่งจากการสอบสวนนั้น ทางผู้ก่อเหตุได้สารภาพว่าที่ทำลงไปนั้น ไม่ใช้เพราะมีความแค้นเคืองในตัวบริษัท แต่ทำไปเพราะทำให้สามารถเข้าถึงบัญชีสมาชิกจำนวนมากได้ โดยทางตำรวจพบว่าผู้ก่อเหตุนั้นได้มีการครอบครองที่อยู่อีเมล (Email Address) และรหัสผ่านของสมาชิกเป็นจำนวนมาก แต่ไม่พบว่าถูกใช้ไปในทางที่ผิดแต่อย่างใด
